แบ่งปัน พอเพียง ยั่งยืน

วันที่ 3 กรกฎาคม 2569 มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ร่วมกับ สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) และ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)

วันที่ 3 กรกฎาคม 2569

มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ร่วมกับ สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) และ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) นำโดยนายสุทธิศักดิ์ ตันตะโยธิน รองเลขาธิการ กสทช. สายงานกิจการโทรคมนาคม พร้อมด้วยตัวแทน บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) บริษัท ทรู มูฟ เอช ยูนิเวอร์เซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด และบริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด เดินทางไปยังจังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อติดตามความก้าวหน้าใน “โครงการติดตั้งสถานีโทรมาตรอัตโนมัติ ตรวจวัดข้อมูลสภาพภูมิอากาศ ปริมาณน้ำฝน และระดับน้ำ ในพื้นที่ป่าต้นน้ำ” ซึ่ง กสทช. ได้มอบเงินจำนวน 25,000,000 บาท เพื่อสนับสนุนการดำเนินโครงการดังกล่าว

สืบเนื่องจากพระวิสัยทัศน์ของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา องค์ประธานกรรมการมูลนิธิฯ ทรงตระหนักว่า ในพื้นที่เสี่ยงและพื้นที่ประสบอุทกภัยซ้ำซาก หากมีการติดตั้งระบบเตือนภัยที่มีประสิทธิภาพ จะช่วยให้ประชาชนสามารถเตรียมการรับมือและอพยพได้ล่วงหน้าก่อนภัยมา ซึ่งจะช่วยลดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนได้เป็นอย่างมาก จึงทรงมีพระดำริให้มูลนิธิดำเนิน “โครงการติดตั้งสถานีโทรมาตรอัตโนมัติฯ ในพื้นที่ป่าต้นน้ำ” เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเตือนภัยล่วงหน้าให้ดียิ่งขึ้น

ช่วงเช้า คณะทำงานเดินทางไปยังสถานีวิจัยต้นน้ำคีรีวง อำเภอลานสกา รับฟังการบรรยายถึงประโยชน์ของการบูรณาการข้อมูลสถานการณ์น้ำแบบเรียลไทม์ที่ได้จากสถานีโทรมาตรฯ ซึ่งมูลนิธิฯ ติดตั้งด้วยงบสนับสนุนของ กสทช. ไม่เพียงช่วยเตือนภัยน้ำท่วมในตัวเทศบาลเมืองนครศรีธรรมราชได้ล่วงหน้า 6-8 ชั่วโมง ข้อมูลเหล่านี้ยังสามารถนำมาใช้บริหารจัดการน้ำในคลองท่าดีเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อพื้นที่ป่าและการทำมาหากินของประชาชนในพื้นที่ได้ด้วย

ด้วยเล็งเห็นประโยชน์อย่างสูงของระบบโทรมาตรฯ หัวหน้าสถานีวิจัยต้นน้ำคีรีวง ทิ้งท้ายว่า หากติดตั้งสถานีโทรมาตรฯ ในพื้นที่ป่าต้นน้ำของอุทยานแห่งชาติเขาหลวงได้ การเตือนภัยน้ำท่วมตัวเมืองนครศรีธรรมราชล่วงหน้า ก็จะยิ่งมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น ประชาชนก็จะมีเวลาเตรียมการรับมือมากขึ้น ความสูญเสียก็จะลดลง

ช่วงบ่าย คณะทำงานเดินทางไปยังศูนย์บริหารจัดการน้ำลุ่มน้ำตรัง เทศบาลเมืองทุ่งสง เพื่อรับฟังการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ของเครือข่ายเตือนภัยพิบัติชุมชนเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ในจังหวัดนครศรีธรรมราช ประกอบด้วย เครือข่ายเตือนภัยฯ เทศบาลเมืองทุ่งสง เครือข่ายเตือนภัยฯ ตำบลเกาะขันธ์ อำเภอชะอวด และเครือข่ายเตือนภัยฯ ตำบลถ้ำใหญ่และที่วัง อำเภอทุ่งสง ถึงการใช้ประโยชน์ของข้อมูลน้ำจากสถานีโทรมาตรอัตโนมัติฯ จากมุมมองของชุมชนในฐานะเจ้าของพื้นที่ ที่เป็นทั้งผู้ประสบภัย ขณะเดียวกันก็เป็นผู้ที่พร้อมรับมือและบริหารจัดการภัยพิบัติโดยใช้ข้อมูลจากสถานีโทรมาตรฯ ประกอบกับข้อมูลอากาศจากแหล่งต่าง ๆ

ตัวแทนจากเครือข่ายเตือนภัยฯ ทิ้งท้ายว่า การติดตั้งสถานีโทรมาตรฯ ในจุดที่เหมาะสมในจำนวนที่เหมาะสม มีประโยชน์ยิ่งในการเฝ้าระวังภัยล่วงหน้า และเป็นประโยชน์อย่างมากต่อการประกอบอาชีพของชุมชนในพื้นที่ แต่จะทำอย่างไรให้คนในชุมชนมีความสามารถที่จะใช้งานเครื่องมือเหล่านี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ในการนี้ นายสันติ สาทิพย์พงษ์ ที่ปรึกษาและรักษาการหัวหน้าสำนักงานเลขาธิการมูลนิธิฯ กล่าวว่า "สืบเนื่องจากพระดำริขององค์ประธานกรรมการ มูลนิธิฯ ไม่เพียงมุ่งเน้นแค่การติดตั้งอุปกรณ์เทคโนโลยี แต่ยังให้ความสำคัญกับการจัดอบรมเสริมสร้างศักยภาพให้แก่ประชาชนในพื้นที่ เพื่อให้ระบบการเตือนภัยเกิดประสิทธิภาพสูงสุดผ่านการมีส่วนร่วมของชุมชน"

แบ่งปันข้อมูล :

2026-07-03

มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ นำรถประกอบอาหารมูลนิธิฯ ไปจัดตั้งโรงครัว...

2026-07-03

วันที่ 3 กรกฎาคม 2569 บริษัท พีเบฟ จำกัด (สำนักงานใหญ่) นำโดย คุณนิภาพร นงนุช มอบน้ำดื่ม จำนวน 12,000 ขวด เพื่อสนับสนุนในกิจกรรม...

2026-07-01

"อาหารปรุงสดใหม่" ไม่ใช่เพียงสิ่งบรรเทาความหิว แต่ยังเป็นเครื่องเยียวยาจิตใจที่จะช่วยให้ผู้ประสบภัยมีพลังที่จะยืนหยัดเพื่อก้าวผ่านช่วงเวลาวิกฤติ...