มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทยเข้าร่วมติดตามการใช้ประโยชน์จากสถานีโทรมาตรอัตโนมัติ ในพื้นที่อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย
วันที่ 3 ตุลาคม 2569 - คณะกรรมการสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม นำโดย ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูลประธานกรรมการสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ และ ดร.รอยบุญ รัศมีเทศ ผู้อำนวยการสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ(องค์การมหาชน) พร้อมด้วย นายสันติ สาทิพย์พงษ์ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทยและคณะ เดินทางไปติดตามการใช้ประโยชน์จากสถานีโทรมาตรอัตโนมัติ ในพื้นที่อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย โดยมีนายนรศักดิ์ สุขสมบูรณ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ให้การต้อนรับและร่วมติดตามการดำเนินงานด้วย
จุดแรก : ที่อุทยานแห่งชาติถ้ำหลวง – ขุนน้ำนางนอน (เตรียมการ) ตำบลโป่งผา อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย เป็นจุดที่ติดตั้งสถานีโทรมาตร มีการเก็บข้อมูลแบบเรียลไทม์ (อุณหภูมิ ความชื้น ปริมาณน้ำฝน ระดับน้ำ) และส่งผ่านระบบเครือข่ายไร้สายมายังศูนย์บัญชาการ ทำให้สามารถวิเคราะห์สถานการณ์และตัดสินใจได้ทันท่วงที
สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในภารกิจหลักใน 4 ด้าน ดังนี้
1. ภารกิจความปลอดภัยและเตือนภัยพิบัติ (Disaster Early Warning)
- การเฝ้าระวังระดับน้ำในถ้ำ: ติดตามปริมาณน้ำฝน ใช้ข้อมูลวางแผนเตรียมความพร้อมด้านความปลอดภัย เพื่อแจ้งเตือนการปิด-เปิดถ้ำชั่วคราว ป้องกันอันตรายต่อนักท่องเที่ยวและเจ้าหน้าที่
- การเตือนภัยน้ำป่าไหลหลากและการจัดการน้ำ: ตรวจวัดปริมาณน้ำฝนสะสมบนพื้นที่รับน้ำ (Catchment Area) ของดอยนางนอน หากปริมาณฝนเกินค่าวิกฤต ระบบจะแจ้งเตือนล่วงหน้า ซึ่งไม่เพียงช่วยป้องกันพื้นที่อุทยานฯ แต่ยังสามารถบูรณาการข้อมูลร่วมกับหน่วยงานอื่น เพื่อแจ้งเตือนภัยน้ำท่วมในพื้นที่ท้ายน้ำอย่างอำเภอแม่สายได้อย่างแม่นยำ
2. ภารกิจควบคุมไฟป่าและการจัดการเชื้อเพลิง (Wildfire Management)
- ประเมินความชื้นเชื้อเพลิงและดัชนีความเสี่ยงไฟป่า:ใช้ข้อมูลค่าฝุ่นละออง PM 2.5 PM 10 อุณหภูมิ ความชื้นสัมพัทธ์ และทิศทางลมแบบเรียลไทม์ เพื่อนำมาคำนวณความชื้นของวัสดุเชื้อเพลิงในป่า
- สนับสนุนแผนการชิงเผา (Prescribed Burning): ข้อมูลสภาพอากาศเฉพาะจุดจะช่วยให้การกำหนดวันและช่วงเวลาที่เหมาะสมในการบริหารจัดการเชื้อเพลิงทำได้ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสูงสุด ลดความเสี่ยงไฟลุกลาม
- การประชาสัมพันธ์ด้านไฟป่า (Public relations regarding wildfires): สามารถนำข้อมูลมาใช้ในการวางแผนป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า พร้อมดำเนินการประชาสัมพันธ์เชิงรุกด้านสุขภาพ การงดการเผา ลงพื้นที่เชิงรุกเคาะประตูบ้าน เพื่อสร้างความเข้าใจและขอความร่วมมือจากประชาชน
3. ภารกิจการวิจัยและอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity Research and Conservation Mission)
- ติดตามสภาพภูมิอากาศจุลภาค (Microclimate): จัดเก็บบันทึกข้อมูลความเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศในถิ่นที่อยู่อาศัยจำเพาะ เช่น บริเวณหน้าผาหันปูนที่เป็นถิ่นอาศัยของสัตว์ป่าหายากอย่างเลียงผา
- เชื่อมโยงกับระบบลาดตระเวน: นำข้อมูลสภาพแวดล้อมมาผสานกับฐานข้อมูลการลาดตระเวนเชิงคุณภาพ (Smart Patrol) เพื่อวิเคราะห์พฤติกรรมการเคลื่อนย้ายถิ่นฐานของสัตว์ป่าตามฤดูกาลและสภาวะแห้งแล้ง
- การวางแผนการเดินลาดตระเวนเชิงคุณภาพ (SMART Patrol Planning): นำข้อมูลสภาพแวดล้อมมาผสานกับฐานข้อมูลการลาดตระเวนเชิงคุณภาพ (SMART Patrol) เพื่อวิเคราะห์และวางแผนการปฏิบัติงานให้เหมาะสมกับสภาพอากาศ เช่น ในช่วงที่มีฝนตกมากจนไม่เหมาะกับการพักแรมในป่า จะปรับเป็นการดักซุ่มหรือลาดตระเวนในพื้นที่ป่าประเภทอื่น เพื่อความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ เนื่องจากเป็นสภาพพื้นที่ป่าเขาหินปูน มีความชันมาก เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ
4. บูรณาการเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ (Spatial Technology Integration)
- การจัดทำแผนที่ประเมินพื้นที่เสี่ยงภัยธรรมชาติ (Natural Hazard Risk Mapping): รวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการจัดทำแผนบริหารจัดการพื้นที่อุทยานแห่งชาติ เช่น ข้อมูลสภาพภูมิอากาศ ปริมาณน้ำฝน อุณหภูมิ ความชื้น หรือข้อมูลที่เกี่ยวข้อง นำข้อมูลย้อนหลัง ข้อมูลปริมาณสะสมและข้อมูลรายปีมาวิเคราะห์ร่วมกันนำมาจัดทำแผนที่แสดงพื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดภัยธรรมชาติ ได้แก่ พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม ภัยแล้ง และดินถล่ม มาประกอบการวางแผนป้องกัน เฝ้าระวังพื้นที่อย่างเหมาะสม
- ผสานกับโดรน (UAV): ใช้ข้อมูลปริมาณน้ำฝน ความกดอากาศ และค่าฝุ่นละออง PM 2.5 และ PM 10 นำมาวิเคราะห์และคาดการณ์ทัศนวิสัยและสภาพอากาศ เพื่อประเมินความเหมาะสมในการปฏิบัติการบินโดรนลาดตระเวน เตรียมความพร้อมต่อการใช้งานอย่างเหมาะสมและปลอดภัย
สำหรับสถานีโทรมาตรอัตโนมัติที่ติดตั้งไว้ในที่ทำการอุทยานแห่งชาติถ้ำหลวง – ขุนน้ำนางนอน (เตรียมการ) เป็นส่วนหนึ่งของโครงการติดตั้งสถานีโทรมาตรอัตโนมัติ เพื่อตรวจวัดข้อมูลภูมิอากาศ ปริมาณน้ำฝน และระดับน้ำ ในพื้นที่ป่าต้นน้ำ ที่มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ร่วมกับภาคีเครือข่ายอีก 10 หน่วยงาน ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ กองทัพบก กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กรมป่าไม้ กรมการปกครอง กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) ดำเนินการเพื่อสานต่อโครงการอันเนื่องมาจากพระดำริในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา องค์ประธานกรรมการมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ตลอดจนเพื่อร่วมกันสืบสานพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ด้านการนำระบบเทคโนโลยีโทรมาตรอัตโนมัติมาใช้ในการบริหารจัดการน้ำและภัยพิบัติของประเทศ โดยมีเป้าหมาย 510 สถานี ทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ ปัจจุบันติดตั้งไปแล้ว 480 สถานี คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนตุลาคม 2569
จุดที่สอง : เยี่ยมชมสถานีโทรมาตรอัตโนมัติ บริเวณสะพานมิตรภาพแม่น้ำสายแห่งที่ 1 ตำบลแม่สาย อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ซึ่งสถานีโทรมาตรอัตโนมัติจุดนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการติดตั้งสถานีโทรมาตรอัตโนมัติ เพื่อสนับสนุนการเตือนภัยน้ำหลากในลำน้ำสาย สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ที่มูลนิธิฯ ร่วมกับหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องฯ และกรมอุตุนิยมวิทยาและอุทกวิทยา กระทรวงคมนาคมและการสื่อสาร สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ร่วมกันดำเนินการ โดยมีสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) ดำเนินการติดตั้งสถานีโทรมาตรอัตโนมัติ จำนวน 4 สถานี ซึ่งอยู่ในจังหวัดท่าขี้เหล็ก จำนวน 3 สถานี บริเวณบ้านโจตาดา บ้านดอยต่อคำ และสะพานอูทูนอ่องบ้านสบสาย และอยู่ที่สะพานมิตรภาพแม่น้ำสายแห่งที่ 1 อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย จำนวน 1 สถานี สามารถติดตามข้อมูลผ่านเว็บไซต์ https://partners.thaiwater.net:3007/fopMya/th/dashboardFopMyaAll ดูข้อมูลฝนสะสม ระดับน้ำ คุณภาพอากาศ อุณหภูมิ ได้แบบ Real Time รวมทั้งมีระบบแสดงผลข้อมูลระดับน้ำ และปริมาณน้ำฝนอัตโนมัติ ผ่านจอทีวี ณ จุดผ่านแดนถาวรสะพานมิตรภาพแม่น้ำสายแห่งที่ 1 ซึ่งมีสองจอทั้งภาษาไทย https://partners.thaiwater.net:3007/fopMyaMonitor/th
และภาษาเมียนมา https://partners.thaiwater.net:3007/fopMyaMonitor/mya
ประชาชนทั่วไปที่สัญจรผ่านไปมาสามารถดูข้อมูลดังกล่าวเพื่อใช้ในการเฝ้าระวังก่อนที่มวลน้ำจากต้นน้ำแม่สายที่อยู่ฝั่งเมียนมาจะมาถึงอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ที่สำคัญได้จัดทำระบบแจ้งข้อมูลปริมาณฝน และระดับน้ำอัตโนมัติ ส่งผ่านกลุ่มไลน์ “คลังข้อมูลน้ำ แจ้งอำเภอแม่สาย” เมื่อปริมาณฝน และระดับน้ำ ถึงเกณฑ์เฝ้าระวังที่กำหนดไว้ ระบบจะส่งข้อความแจ้งผ่าน Application Line ทันที
จุดที่สาม : เครือข่ายการจัดการภัยพิบัติชุมชนเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ตำบลเวียงพางคำ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย โดย นายบัณฑิตย์ พันธ์พลากร ประธานเครือข่ายการจัดการภัยพิบัติชุมชนเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ตำบลเวียงพางคำ นำเสนอ การเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำหลาก เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2569 ว่า ได้ติดตามปริมาณฝนที่ตกหนักบริเวณบ้านโจตาดา จังหวัดท่าขี้เหล็ก สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ซึ่งมีฝนตกหนักตั้งแต่เวลา 06.00 – 10.00 น. วัดปริมาณฝนสะสมได้ 71.60 มิลลิเมตร และมีการแจ้งมูลส่งผ่านกลุ่มไลน์ “คลังข้อมูลน้ำ แจ้งอำเภอแม่สาย” ติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เมื่อเวลา 12.50 น. ระดับน้ำที่สะพานมิตรภาพแม่น้ำสายแห่งที่ 1 ได้เพิ่มสูงขึ้นกว่าระดับตอม่อสะพาน ท้องที่และท้องถิ่นได้ตรวจสอบและซ่อมแซมผนังกั้นน้ำ (Big Bag) ที่รั่วซึม เพื่อไม่ให้น้ำไหลเข้าท่วมพื้นที่เศรษฐกิจชั้นใน เมื่อเวลา 15.00 น. สมาชิกในกลุ่มไลน์ “คลังข้อมูลน้ำ แจ้งอำเภอแม่สาย” ได้ส่งภาพบริเวณสะพานมิตรภาพแม่น้ำสายแห่งที่ 1 ที่พบสิ่งกีดขวางทางน้ำ หลังจากปิดด่านพรมแดนแล้ว เวลา 18.30 น. เทศบาลตำบลแม่สาย ได้นำเครื่องจักรมาขนย้ายท่อนซุงขนาดประมาณ 20 เมตร จำนวน 2 ท่อน และขยะออกจากลำน้ำ อย่างไรก็ตาม ระดับน้ำบริเวณบ้านโจตาดา จังหวัดท่าขี้เหล็ก สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ก็ยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และล้นตลิ่งเมื่อเวลา 18.40 น. และระดับน้ำบริเวณสะพานมิตรภาพแม่น้ำสายแห่งที่ 1 ก็สูงกว่าระดับตอม่อสะพานเช่นกัน จนกระทั่งเวลา 20.24 น. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ส่งข้อความ (Cell Broad Cast) แจ้งเตือนระดับน้ำแม่สายที่เพิ่มสูงขึ้นให้ยกของขึ้นที่สูงเคลื่อนย้ายรถ อพยพกลุ่มเปราะบาง รวมถึงติดตามข่าวสารของทางราชการในพื้นที่อย่างใกล้ชิด เครือข่ายการจัดการภัยพิบัติชุมชนเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ตำบลเวียงพางคำ จึงยกระดับการเฝ้าระวังและเตรียมความพร้อม 100% ตลอดทั้งคืน ต่อมา เวลา 21.00 น. สมาคมปิยะมิตรแม่สายร่วมใจ ฯ ได้อพยพผู้ป่วยติดเตียง และกลุ่มเปราะบางออกนอกพื้นที่เสี่ยงไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราวที่จัดเตรียมไว้ จากนั้น เวลา 21.30 น. กระแสน้ำได้พัดผนังกั้นน้ำ (Big Bag) ฝั่งจังหวัดท่าขี้เหล็ก สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา พังทลาย ส่งผลให้น้ำทะลักเข้าพื้นที่ชุมชนและเขตเศรษฐกิจในจังหวัดท่าขี้เหล็ก ขณะเดียวกันน้ำที่ทะลักออกไปยังจังหวัดท่าขี้เหล็ก ได้ช่วยระบายแรงดันน้ำและมวลน้ำบริเวณสะพานมิตรภาพแม่น้ำสายแห่งที่ 1 ทำให้ระดับน้ำลดลงอย่างต่อเนื่อง หลังจากนั้น สถานการณ์เริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ
จากเหตุการณ์ดังกล่าว แสดงให้เห็นถึงความร่วมมือของภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน ในการจัดการภัยพิบัติ โดยเริ่มตั้งแต่การติดตามสถานการณ์ฝน การเฝ้าระวังระดับน้ำ การเร่งกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ การประกาศแจ้งเตือนประชาชน การเฝ้าระวังในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง การเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ รวมทั้ง การตื่นตัวของชุมชน การอพยพ และการเคลื่อนย้ายสิ่งของเมื่อเห็นว่าสถานการณ์เริ่มมีความเสี่ยง
แบ่งปันข้อมูล :
Related Post
2026-10-03
มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย จัดตั้งโรงครัวพระราชทานประกอบอาหารปรุงสุก เพื่อนำไปช่วยเหลือประชาชน...
2026-10-02
มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย บรรจุถุงยังชีพพระราชทาน จำนวน 3,150 ถุง สำหรับช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือนร้อน...
2026-10-02