มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MoU) กับ กองบังคับการตำรวจน้ำ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เพื่อสนับสนุนการช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ผู้ประสบอุทกภัยและภัยพิบัติทางน้ำอย่างครบวงจร
ศาสตราจารย์พิเศษ ดร. สุรเกียรติ์ เสถียรไทย ประธานกรรมการมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ ระหว่างมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย กับ กองบังคับการตำรวจน้ำ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมี นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิฯ เป็นผู้แทนร่วมลงนามกับ พลตำรวจตรี เศรษฐสิริ นิพภยะ ผู้บังคับการตำรวจน้ำ พร้อมด้วยคณะกรรมการมูลนิธิฯ และเจ้าหน้าที่กองบังคับการตำรวจน้ำ เข้าร่วมเป็นในพิธี วันจันทร์ที่ 28 กันยายน 2569 ณ ห้องประชุมโสมกิติยาภา มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย กรุงเทพฯ
สำหรับการจัดทำบันทึกความเข้าใจในครั้งนี้ เกิดจากความมุ่งหมายร่วมกันของทั้งสองหน่วยงานที่เล็งเห็นถึงความสำคัญของการบูรณาการความร่วมมือในการเฝ้าระวัง การเตรียมความพร้อมการช่วยเหลือและบรรเทาทุกข์ ตลอดจนการฟื้นฟูผู้ประสบภัย โดยเฉพาะอุทกภัยและภัยพิบัติทางน้ำ ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่จำเป็นต้องอาศัยทั้งความรวดเร็ว ความพร้อมของบุคลากร ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ตลอดจนเครื่องมือและเครือข่ายสนับสนุนที่สามารถเข้าถึงพื้นที่ประสบภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีวัตถุประสงค์สำคัญ 4 ประการ ได้แก่
ประการที่ 1 เพื่อร่วมกันช่วยเหลือและบรรเทาทุกข์ผู้ประสบอุทกภัยและภัยพิบัติทางน้ำ ให้สามารถเข้าถึงความช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็ว เหมาะสม และมีประสิทธิภาพ
ประการที่ 2 เพื่อร่วมกันระดมและเชื่อมโยงองค์ความรู้ นวัตกรรม ทรัพยากร และจิตสาธารณะของทั้งสองหน่วยงาน รวมถึงภาคีเครือข่าย เพื่อสนับสนุนการช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเป็นระบบและครบวงจร
ประการที่ 3 เพื่อพัฒนาขีดความสามารถของบุคลากรและเครือข่าย ในด้านการกู้ภัยทางน้ำ การกู้ภัยใต้น้ำ การค้นหาและกู้คืนผู้เสียชีวิตใต้น้ำ การสื่อสารฉุกเฉิน การควบคุมเรือ และการใช้อุปกรณ์พิเศษที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติการทางน้ำ
ประการที่ 4 เพื่อสร้างและพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือด้านการเฝ้าระวัง การเตรียมความพร้อม การให้ความช่วยเหลือและบรรเทาทุกข์ ตลอดจนการฟื้นฟูจากอุทกภัยและภัยพิบัติทางน้ำ รวมถึงสาธารณภัยอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
ภายใต้ความร่วมมือดังกล่าว มูลนิธิฯ สนับสนุนการจัดหาและจัดเตรียมอุปกรณ์ที่จำเป็นต่อภารกิจด้านภัยพิบัติและการกู้ภัยทางน้ำ อาทิ เรือ อากาศยานไร้คนขับ หรือโดรน อุปกรณ์กู้ภัย เครื่องแต่งกาย และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งสนับสนุนการเชื่อมโยงเครือข่ายอาสาสมัครและภาคีเครือข่ายของมูลนิธิฯ เพื่อให้สามารถประสานและสนับสนุนภารกิจค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัยร่วมกับตำรวจน้ำได้อย่างเหมาะสมกับสถานการณ์
ขณะเดียวกัน กองบังคับการตำรวจน้ำจะสนับสนุนบุคลากรที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ด้านการปฏิบัติการทางน้ำ การประเมินสถานการณ์ และการเตรียมความพร้อมก่อนเข้าพื้นที่ รวมทั้งสนับสนุนการฝึกอบรม พัฒนาทักษะ และถ่ายทอดองค์ความรู้ให้แก่บุคลากรและเครือข่ายของมูลนิธิฯ เพื่อให้สามารถปฏิบัติภารกิจด้านการกู้ภัยทางน้ำได้อย่างถูกต้อง ปลอดภัย และมีมาตรฐาน
สิ่งสำคัญของความร่วมมือครั้งนี้ มิได้จำกัดอยู่เพียงการสนับสนุนอุปกรณ์หรือทรัพยากรระหว่างกัน หากแต่เป็นการนำ “บุคลากร องค์ความรู้ เครื่องมือ และเครือข่าย” ของทั้งสองหน่วยงานมาเชื่อมโยงกัน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการตอบสนองต่อสถานการณ์ภัยพิบัติ โดยเฉพาะสถานการณ์ที่มีความเร่งด่วนและมีความซับซ้อนในพื้นที่ทางน้ำ การนำศักยภาพและความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านของกองบังคับการตำรวจน้ำ มาผนวกเข้ากับภารกิจด้านภัยพิบัติและเครือข่ายอาสาสมัครของมูลนิธิฯ จะช่วยเสริมความพร้อมของระบบการช่วยเหลือประชาชนให้มีความเป็นระบบ รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในสถานการณ์อุทกภัยและภัยทางน้ำ ซึ่งการเข้าถึงพื้นที่อย่างทันท่วงทีอาจเป็นปัจจัยสำคัญต่อความปลอดภัยและการดำรงชีวิตของประชาชน
แบ่งปันข้อมูล :
Related Post
2026-09-28
เพื่อนพึ่ง (ภาฯ) อาสา ปฏิบัติการภัยพิบัติ เตรียมนำอาหารพร้อมทานเข้าไปแจกจ่ายให้กับพี่น้องที่ติดอยู่ในพื้นที่คลองจั่น
2026-09-28
"เพราะเพื่อนไม่ทิ้งกันในยามยาก" ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย บริจาคสมทบทุนมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก...
2026-09-28